วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มารยาทในวันอีด




          อีดิลฟิตรฺ คือ วันหลังที่ได้ปฏิบัติกิจจำเป็นของอิสลาม คือ การถือศีลอด ในเดือนรอมฏอน ได้แก่ วันที่หนึ่งของเดือนเซาวาล เป็นวันแห่งความรื่นเริง วันแห่งความสุข วันแห่งการกินการดื่ม ซึ่งวันนี้เป็น วันแห่งความดีใจ ท่านนบี  กล่าวความว่า 

 
“สำหรับผู้ถือศีลอดนั้นมีความดีใจอยู่สองครั้งคือ หนึ่ง ดีใจเมื่อถึงวันแห่งการละศีลอด
สอง ดีใจที่ได้พบกับพระผู้อภิบาลของเขาเนื่องจากเขาได้ถือศีลอด” 
 
(บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)

  และเพื่อให้มีความสุขกับวันแห่งการรื่นเริง และให้ความดียังคงอยู่ ควรจะปฏิบัติตัวให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะมารยาทในวันอีด ซึ่งต่อไปนี้เป็นเพียงมารยาทบางส่วนเท่านั้น คือ

มารยาทวันอีดิลฟิตรฺ
1. ปฏิบัติศาสนกิจต่าง ๆ นับแต่คืนวันอีด ด้วยการซิกรุลลอฮฺ ละหมาด และอ่านอัลกุรอาน

2. อาบน้ำ แปรงฟัน ใส่น้ำหอม และแต่งตัวด้วยชุดใหม่หรือที่สวยที่สุดเท่าที่มี

3. กล่าวตักบีรให้มากนับแต่คืนวันอีดจนรุ่งเช้าเข้าละหมาด

4. จัดออกซะกาตฟิตเราะฮฺแต่เช้าก่อนละหมาดอีด และอนุญาตให้ออกซะกาตได้เมื่อเริ่มเข้ารอมฏอน

5. ทำกุศลทานให้มาก ด้วยการบริจาคแก่คนยากจน แม่หม้าย กำพร้า และผู้ด้อยโอกาส

6. แสดงออกถึงความดีใจและร่าเริงโดยทางใบหน้าและพฤติกรรม

7. เดินทางไปละหมาดอีดที่มัสยิดตั้งแต่เช้า และควรเดินไปทางหนึ่งและกลับอีกทางหนึ่ง เพื่อให้บรรดามลาอิกะฮฺจะได้เป็นพยานให้ทั้งสองเส้นทาง

8. ควรรับประทานอาหารเล็กน้อย ก่อนจะไปละหมาดอีดที่มัสยิด
       9. ร่วมละหมาดอีด และควรให้ล่าช้าเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่ได้ออกซะกาตฟิตเราะฮฺได้จัดการ ให้เรียบร้อย เมื่อละหมาดแล้วก็ควรฟังคุตบะฮฺจนแล้วเสร็จ เพื่อได้กุศลในการฟังธรรม และได้ประโยชน์ ในการนำไปปฏิบัติ
10. ให้สลามแก่ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย เพื่อนบ้าน และทักทายต่อกันด้วยคำว่า “ตะก๊อบบะลัลลอฮุ มินนาวะมิงกุม”

11. ออกเยี่ยมเยียนพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ครูอาจารย์ เพื่อน ๆ รวมทั้งญาติพี่น้องพ่อแม่ที่อยู่ในสุสานแล้ว

12. เพิ่มการทำดีและทำการกุศลให้มากเป็นทวีคูณ รวมทั้งละการทำบาปทุกรูปแบบ เพราะเมื่อเป็นวันดีก็ควรทำดีเป็นการให้เกียรติต่อวันสำคัญทางศาสนา

Cradit : https://www.islammore.com/view/3878

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560

อัลกุรอานพร้อมความหมาย

อัลกุรอานพร้อมความหมาย

ดาวน์โหลด MediaFire >>>

ขาดภราดรภาพแท้จริงคือขาดอีหม่าน

ขาดภราดรภาพแท้จริงคือขาดอีหม่าน


          อีหม่าน  คือ พลังผลักดันบุคคลสู่ความดีงาม อีหม่านที่เข้มแข็งจะก่อเกิดพฤติกรรมที่ศาสนาเชิดชูยกย่อง เช่นรู้จักความหมาย และสารัตถะของความเป็นพี่น้องในการอยู่ร่วมกันในสังคมบนโลกใบนี้ อันเป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนออกมาในเชิงของความดีงาม และเป็นสิ่งที่น่ายกย่องสรรเสริญ ซึ่งผลจากความเป็นพี่น้อง ความเป็นภราดรภาพอันเหนียวแน่น และบริสุทธิ์ใจนั้นจะสร้างความเข้มแข็งแก่ปัจเจกบุคคลและสังคม

คราใดที่มุสลิมแตกความสามัคคี ขาดความเป็นภราดรภาพ ความอ่อนแอก็จะย่างกรายเข้ามาครอบงำสังคมมุสลิมอย่างแน่นอน
        
 เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเป็นยิ่งนักในยุคปัจจุบันนี้ ที่ความเป็นพี่น้อง ความเป็นภราดรภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมแห่งอัล-อิสลามที่สมบูรณ์แบบอันนี้ นับวันยิ่งยากที่จะพบเห็นรูปแบบที่สมบูรณ์ภายในสังคม ความเป็นพี่น้องและภราดรภาพแห่งอิสลามในสังคมมุสลิมค่อย ๆ ห่างเหินเลือนลางลงทุกที เมื่อถึงที่สุดคงจะเหลือไว้เพียงอุดมการณ์ และเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น

ดังนั้น ผู้ที่ตัดความสัมพันธ์แห่งความเป็นพี่น้องย่อมชี้ให้เห็นว่าขาดอีหม่านอย่างแท้จริง...



สำนักจุฬาราชมนตรี

ทำไมอัลลอฮฺให้เรา " สุญูด " ในช่วงเวลาละหมาด ??

ทำไมอัลลอฮฺให้เรา " สุญูด " ในช่วงเวลาละหมาด ?.?


การสูญูดเกี่ยวข้องกับอวัยวะห้าส่วนที่ต้องสัมผัสกับพื้นดิน คือหน้าผาก จมูก ฝ่ามือทั้งสองข้าง หัวเข่า และปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้าง
สูญูดคือ การนอบน้อมถ่อมตน สรรเสริญต่อองค์อัลลอฮฺ และเป็นการขอพรต่ออัลลอฮฺ รวมทั้งขจัดความทะนงตน หยิ่งยโส ลืมตัว และอื่นๆ Dr. FIDELMA ท่านได้เข้ารับอิสลาม เนื่องจากท่านได้ทราบถึงประโยชน์ของการสูญูดที่ส่งผลต่อสุขภาพ จากผลการวิจัยท่านได้พบว่า มีเส้นประสาทในสมองบางเส้นที่เลือดไม่สูบฉีด แต่ถ้าหากเราสูญูดเลือดจะทำการสูบฉีด แต่เส้นประสาทเหล่านี้แค่ต้องการการสูบฉีดของเลือดในบางเวลาเท่านั้น ก็คือ ในช่วงเวลาละหมาดที่ศาสนาอิสลามถูกกำหนดไว้ (เวลารุ่งอรุณ Subuh. ตอนเที่ยง dzuhur. บ่าย ashar เย็น maqrib หัวค่ำ Isya)SubhanAllah
          ฉะนั้น ใครที่ไม่ละหมาด เลือดจะไม่สูบฉีดไปเลี้ยงเส้นประสาท จนกระทั่งสมองของเขาไม่ทำงานตามปกติ นี่คือหนึ่งคำชี้แนะสำหรับผู้คนในสังคมปัจจุบันนี้ที่ไม่ทำการละหมาด เพราะว่าสมองนั้นตำแหน่งของมันอยู่ด้านบนของหัวใจ ดังนั้น Prof hembing ได้กล่าวไว้ว่า หัวใจสามารถกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดไปยังสมองได้เพียง ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นตัวช่วยให้เลือดสูบฉีดอย่างดีนั้นคือการสูยูดนานๆ เรืองนี้สอดคล้องกันกับคำสอนของท่านนบีมูฮัมหมัด ซ.ล ที่ให้เราสูญูดนานๆในรอกาอัตสุดท้าย ประโยชน์ของการสูญูดนานๆนี้ เพื่อให้หายจากอาการมึนศีรษะ ไมเกรน ผ่อนคลายสมอง เพิ่มไหวพริบ ควบคุมระบบหายใจ กระชับมดลูก ปรับตำแหน่งลูกในท้องให้ถูกตำแหน่ง เป็นต้น และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ หากเราสังเกตจะเห็นว่าลักษณะของเส้นประสาทในสมองของเรานั้นมีลักษณะคล้ายกับคนกำลังสูญูด SubhanAllah


ที่มา เกศรา มาดี มาดี

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รักนบี

รักนบี

 เราคงพูดคำว่า เรารักนบี  ได้ไม่เต็มปากนัก หากวันนี้เรายังละเลยและเพิกเฉยต่อแบบฉบับและซุนนะฮฺอีกมากมายของท่านนบี 
 เราคงพูดคำว่า เรารักนบี ได้ไม่เต็มปากนัก หากวันนี้เรายังรักและหลงใหลกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ตัวเราห่างเหินจากซุนนะฮฺของท่านนบี 
 เรารักท่านนบี เราต้องทำสิ่งที่ท่านนบี รัก ไม่ทำสิ่งที่ท่านนบี โกรธและเกลียด และเมื่อนั้นเราก็จะอยู่ในสวรรค์พร้อมกับท่านนบี

ดังหะดีษที่กล่าวว่า:

“   اَلْمَرْءُ مَعَ مَنْ أَحَبَّ  ”      บุคคลนั้นจะอยู่กับคนที่เขารัก”                
 (บุคอรีย์ หมายเลข 6168)

          ขออัลลอฮฺทรงเตาฟีกให้เราทุกคนเป็นผู้รักท่านนบี รักซุนนะฮฺและปฏิบัติตามซุนนะฮฺของท่านนบี และอยู่กับท่านนบี ในสวนสวรรค์ อามีน

# ข้อความส่วนหนึ่ง จากบทความ"ความรักที่มีต่อท่านนะบี"    ดร.อับดุลเลาะ  หนุ่มสุข

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อุละมาอฺประเสริฐกว่านบีจริงหรือ


Image result for ulamaa cartoon
อุละมาอฺประเสริฐกว่านบีจริงหรือ

ถาม 
สำนวนหะดีษที่ว่า

علماء أمتي أفضل من أنبياء بني إسرائيل

อุละมาอฺในประชาชาติของฉัน ประเสริฐยิ่งกว่าบรรดานบีของบนีอิสรออีล
หะดีษนี้มีฐานะอย่างไร และมีความหมายสื่อถึงอะไร
สำนวนหะดีษนี้(หรือสำนวนใกล้เคียง) ถูกหยิบยกในตำราชาวบิดอะฮฺและผู้ติดยึดในอารมณ์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการทำบิดอะฮฺ(อุตริกรรมในศาสนา) และฝ่าฝืนคำสอนในชะรีอะฮฺอิสลาม ซึ่งเป็นประโยคที่จงใจโกหกต่อนบี ที่บรรดาอุละมาอฺหะดีษต่างออกมาระบุว่าหะดีษดังกล่าวคือหะดีษปลอมหรือหะดีษเก๊นั่นเอง (ไม่ใช่เป็นคำพูดของนบี แต่มีคนแอบอ้างว่านบีพูด )
อิบนุหะญัร เราะฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า นับเป็นสิ่งที่เป็นข้อยุติแล้ว ทั้งในมิติของปัญญาและหลักฐานว่า นบีมีความประเสริฐเหนือวะลี และผู้ใดที่ยังดื้อรั้นในประเด็นนี้ ผู้นั้นตกสภาพเป็นกาฟิร เพราะเขาได้ปฏิเสธความรู้พื้นฐานทั่วไปที่ไม่จำเป็นอาศัยการไตร่ตรองใดๆ
พึงรู้ว่า ชาวบิดอะฮฺและผู้ติดยึดในอารมณ์ จะผสมผสานระหว่างความจริงและความเท็จ สิ่งถูกและสิ่งผิด พวกเขาจะนำหะดีษปลอมมาเจือปนกับหะดีษเศาะเฮี้ยะห์ เพื่อกลบเกลื่อนความจริง พร้อมสอดแทรกความเชื่อที่ผิดเพี้ยนและบิดเบือน พี่น้องต้องระมัดระวังในเรื่องนี้มาก และควรรับความรู้จากผู้ที่น่าเชื่อถือ มีมารยาทที่งดงาม มีความรู้ที่ลุ่มลึกและกิจปฏิบัติที่ถูกต้องเท่านั้น
อย่าตกหลุมพรงของผู้ไม่หวังดี นบีได้สั่งห้ามมิให้เราเล่าเรื่องทุกเรื่องที่เราได้ยิน เพราะจะทำให้เรากลายเป็นคนโกหกโดยไม่รู้ตัว ดังที่นบีกล่าวว่า "เป็นการเพียงพอสำหรับคนๆหนึ่งที่จะได้รับส่วนของการโกหก หากเขาเล่าเรื่องทุกเรื่องที่เขาได้ยินมา "
ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของศาสนา ดังนั้นแต่ละคนต้องพิถิถันว่า เขารับศาสนาจากผู้ใดกันแน่ (อิบนุซีรีนและอิมามาลิก)
--------------------
ความจริงผู้รู้ในอิสลาม มีความประเสริฐมากมาย แต่ความประเสริฐของพวกเขาอยู่ในฐานะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่มาจากกนบีเท่านั้น ไม่ใช่ไปนำเสนอและร่างสำนวนของศาสนาใหม่ที่มีคำสอนบิดเบือน

นบีทุกคนก็มีความประเสริฐเช่นกัน และมีฐานะที่เหนือกว่าบุคคลธรรมดาไม่ว่าจะอาเล็มขนาดไหนก็ตาม แต่หลังการประทานนบีมุฮัมมัด คำสอนทุกอย่างก่อนหน้านี้กลายเป็นโมฆะ มุสลิมทุกคนถูกสั่งให้ปฏิบัติตามนบีมุฮัมมัดเท่านั้น
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""